Appearance
พระภิกษุณี
หมวด ก
ได้รับยกย่องให้เป็นเอตทัคคะในทางทรงจีวรสีหมอง
ได้รับยกย่องให้เป็นเอตทัคคะในทางตรัสรู้ได้เร็ว ในอดีตชาติเคยบำเพ็ญกุศลและตั้งความปรารถนาไว้ตั้งแต่สมัยพระปทุมุตตรพุทธเจ้า
หมวด ข
อดีตพระมเหสีของพระเจ้าพิมพิสาร ได้รับยกย่องให้เป็นเอตทัคคะในทางมีปัญญามาก ในอดีตชาติเคยเกิดในสกุลเศรษฐีและตั้งความปรารถนาไว้ในสมัยพระปทุมุตตรพุทธเจ้า
หมวด จ
ภิกษุณีผู้มักมีพฤติกรรมทะเลาะวิวาทและก่อเรื่องยุ่งยาก เช่น ขู่จะไปเข้ารีตสำนักอื่น, กล่าวติเตียนด่าว่าภิกษุณีสงฆ์เมื่อตนถูกลงโทษ, สาปแช่งตนเองและผู้อื่นด้วยเรื่องนรกและพรหมจรรย์เมื่อของหาย, ทำร้ายตนเองแล้วร้องไห้, คลุกคลีกับคฤหบดี, และโกรธเคืองเที่ยวโพนทะนาเมื่อสงฆ์ไม่แต่งตั้งให้ตนเป็นอุปัชฌายะ
หมวด ต
เจ้าของเถรีคาถาที่ให้คติเตือนใจว่าให้ศึกษาตามข้อที่ควรศึกษา และเปลื้องตนจากกิเลสเครื่องผูกมัดทั้งปวง
หมวด ถ
ภิกษุณีผู้ล่วงละเมิดพระวินัยจนเป็นต้นเหตุให้บัญญัติสิกขาบทหลายข้อ มีพฤติกรรมเสื่อมเสียหลายประการ เช่น รู้อยู่ว่าภิกษุณีอื่นตั้งครรภ์ก็ช่วยปกปิดไว้, รับสตรีโจรบวช, ฟ้องร้องคดีในศาลกับชาวบ้านและนักบวช, พูดสนับสนุนภิกษุณีผู้ประพฤติผิด, อธิษฐานจีวรนอกกาลแล้วแจกจ่ายกันเอง, ขอของจากคฤหัสถ์กลับไปกลับมา, นำของคณะหรือของสงฆ์ไปจ่ายแลกสิ่งอื่นผิดวัตถุประสงค์, ขอผ้าห่มราคาแพงจากพระราชา, เกณฑ์คนไปเก็บกระเทียมในไร่ของชาวบ้านจนเกินควร, รับปากจะเย็บจีวรให้คนอื่นแล้วไม่ทำ, ทำอันตรายและคัดค้านการแบ่งลาภจีวรของสงฆ์,, ให้สมณจีวรแก่นักแสดงเพื่อแลกกับการให้เขาสรรเสริญตน, ทำให้กิจการสงฆ์ชะงักด้วยความหวังลอยๆ, ทอดทิ้งไม่พยาบาลศิษย์ที่เจ็บป่วย, โกรธเคืองและฉุดคร่าภิกษุณีอื่นออกจากที่พัก, ใช้ผ้านุ่งสำหรับผู้มีประจำเดือนแล้วไม่ยอมซักแบ่งให้ผู้อื่นใช้, หวงที่อยู่, ด่าบริภาษภิกษุณีสงฆ์, บวชให้ศิษย์แล้วทอดทิ้งไม่ดูแล,, รับปากจะบวชให้คนอื่นเพื่อหวังของกำนัลแล้วไม่ทำตาม, บวชให้ผู้ที่มีพฤติกรรมไม่ดีหรือครอบครัวไม่อนุญาต, และทำกลับกลอกในการนิมนต์พระเถระมาบวชให้ศิษย์
หมวด ธ
อดีตภริยาของวิสาขอุบาสก เป็นผู้ตอบปัญหาธรรมอันลึกซึ้งได้อย่างแตกฉาน, ได้รับยกย่องให้เป็นเอตทัคคะในทางแสดงธรรม
เจ้าของเถรีคาถาเตือนใจ เล่าประวัติว่าตนถือไม้เท้าบิณฑบาตแล้วล้มลง จึงได้เห็นโทษในกายจนจิตหลุดพ้น
หมวด น
น้องสาวของพระอนุรุทธ์ ได้รับยกย่องให้เป็นเอตทัคคะในทางเข้าฌาน
หมวด ป
ได้รับยกย่องให้เป็นเอตทัคคะในทางทรงจำพระวินัย,
เจ้าของเถรีคาถาเตือนใจให้เต็มไปด้วยธรรมและทำลายความมืดด้วยปัญญา
หมวด ภ
ได้รับยกย่องให้เป็นเอตทัคคะในทางบรรลุอภิญญาใหญ่ (มีความสามารถระลึกเหตุการณ์ย้อนหลังไปได้มากนับไม่ถ้วน)
ได้รับยกย่องให้เป็นเอตทัคคะในทางระลึกชาติได้ เคยถูกนางถุลลนันทาภิกษุณีแกล้งก่อความรำคาญและฉุดคร่าออกจากที่อยู่, และเคยกล่าวชมศิษย์แต่ศิษย์ฟังผิดแล้วนำไปกล่าวนินทา
หมวด ม
พระน้านางและพระมารดาเลี้ยงของพระพุทธเจ้า เป็นสตรีท่านแรกที่ทูลขอบวชในพระพุทธศาสนาโดยยอมรับครุธรรม ๘ ประการ, เคยนำผ้าใหม่ที่ทอเองไปถวายพระพุทธเจ้าแต่พระองค์แนะให้ถวายสงฆ์แทน, ได้รับยกย่องให้เป็นเอตทัคคะในทางรู้ราตรี (รัตตัญญู)
เจ้าของเถรีคาถาเตือนใจให้ยินดีในมิตรและเจริญกุศลธรรม
ภิกษุณีผู้ถูกภิกษุพวกอลัชชีใช้เป็นเครื่องมือให้ไปฟ้องร้องกล่าวหาเท็จว่าพระทัพพมัลลบุตรข่มขืนนาง ภายหลังความจริงเปิดเผยจึงถูกสงฆ์จับสึก,
หมวด ส
ได้รับยกย่องให้เป็นเอตทัคคะในทางมีทิพยจักษุ
เจ้าของเถรีคาถา เล่าถึงตนเองที่ละทิ้งเรือน บุตร และสัตว์เลี้ยง ถอนตัณหาจนสงบระงับ
ได้รับยกย่องให้เป็นเอตทัคคะในทางน้อมไปตามความเชื่อ (สัทธาธิมุต)
ภิกษุณีผู้มีความกำหนัดและยินดีในการบีบนวดจับต้องของสาฬหะมาณพจนตั้งครรภ์แล้วแอบสึกไปคลอด, นอกจากนี้ยังเคยถูกภิกษุณีรูปอื่นพูดยุยงให้ยอมรับอาหารจากบุรุษผู้มีความกำหนัดเพราะนางมีรูปงาม
เจ้าของเถรีคาถาเตือนใจให้พิจารณาธาตุโดยความเป็นทุกข์ และคลายความพอใจในภพ
ได้รับยกย่องให้เป็นเอตทัคคะในทางปรารภความเพียร
หมวด อ
ภิกษุณีผู้พูดยุยงชี้ชวนให้นางสุนทรีนันทาประพฤติย่อหย่อนโดยให้ยอมรับอาหารจากบุรุษที่มีความกำหนัด
เจ้าของเถรีคาถาเตือนใจให้พิจารณากายว่าไม่งามและมีกลิ่นเหม็น
เจ้าของเถรีคาถา เล่าว่าตนสำรวมกาย วาจา ใจ ถอนตัณหาได้จนเป็นผู้ดับเย็น
ได้รับยกย่องให้เป็นเอตทัคคะในทางมีฤทธิ์ เคยถูกพระอุทายีรบเร้าขอผ้านุ่งไป ในอดีตชาติเกิดเป็นนาคกัญญาและธิดาเศรษฐีที่ได้บำเพ็ญกุศลมาหลายชาติ
เจ้าของเถรีคาถาเตือนใจให้พยายามข้ามโอฆะอันเป็นที่ตั้งแห่งมาร