Appearance
เทวดา
หมวด ก
ท้าวมหาราชผู้รักษานครอาฏานาฎา เป็นผู้มากราบทูลบทสวด "อาฏานาฏิยรักขา" แด่พระพุทธเจ้าเพื่อให้ใช้คุ้มครองพุทธบริษัทให้พ้นจากการถูกอมนุษย์เบียดเบียน
หมวด ช
เทพหรือยักษ์ในดาวดึงส์ ซึ่งในอดีตชาติคือพระเจ้าพิมพิสาร ได้มาปรากฏตัวและกราบทูลพระพุทธเจ้าว่าตนกำลังหวังที่จะได้บรรลุเป็นพระสกทาคามี
หมวด ต
พรหมผู้สนทนากับพระมหาโมคคัลลานะ โดยชี้แจงว่าเทพในสวรรค์ชั้นต่างๆ ไม่ได้มีญาณหยั่งรู้ผู้ที่มีกิเลสหรือไม่มีกิเลสได้ทุกผู้เสมอไป แต่เทพที่มีความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระรัตนตรัยและมีศีล (คือพระโสดาบัน) จึงจะบังเกิดญาณเช่นนั้นได้
หมวด ท
ยักษ์ผู้เปล่งเสียงสดุดีความดีงามของพระอนุรุทธ์ พระนันทิยะ และพระกิมพิละ ที่มาอยู่ร่วมประพฤติพรหมจรรย์กันอย่างสามัคคี
หมวด ธ
มหายักษ์หรือเทพบุตรฝ่ายดี (อดีตชาติของพระพุทธเจ้า) ผู้คอยชักชวนมหาชนให้ประพฤติกุศลกรรมบถ ๑๐ เคยถูกอธรรมเทพบุตรขับรถสวนทางมาบังคับให้หลีกทาง แต่ทรงทำใจให้สงบยอมหลีกทางให้
หมวด น
พญามารผู้มีบาป ที่เคยมาพูดกล่อมพระทัยให้พระโพธิสัตว์เลิกบำเพ็ญความเพียร
พรหมในอดีตชาติ ผู้ช่วยเปลื้องพระเจ้าอังคติราชให้กลับจากความเห็นผิด (ที่เชื่อว่าสุขทุกข์เกิดเองไม่มีเหตุ) ให้กลับมามีความเห็นชอบตามเดิม
หมวด ป
หนึ่งในเทพเจ้าที่พวกพราหมณ์ผู้รู้ไตรเวทพากันออกนามอ้อนวอนเพื่อหวังจะได้ไปเกิดอยู่ร่วมด้วย
เทพบุตรแห่งคนธรรพ์ ผู้เข้าเฝ้าดีดพิณและร้องเพลงขับถวายพระพุทธเจ้า และเป็นผู้กราบทูลเล่าเรื่องที่ท้าวสักกะพรรณนาพระพุทธคุณในเทวสภา
เทพบุตรที่ปรากฏชื่อเป็นชื่อวรรค (ปัญจาลวรรค) อันเกี่ยวเนื่องกับการสนทนาธรรมเรื่องการบรรลุโอกาสในที่คับแคบ
จอมแห่งอสูร ผู้เข้าเฝ้าและสนทนากับพระผู้มีพระภาค โดยทรงเปรียบเทียบความอัศจรรย์ของมหาสมุทร ๘ ประการ กับความอัศจรรย์ของพระธรรมวินัย ๘ ประการ
ยักษ์ผู้ไปท้าเล่นสกากับพระเจ้าธนัญชัยโกรัพยะจนชนะ เพื่อหวังนำตัววิธุรบัณฑิตไปแลกกับธิดาพญานาคตามอุบาย
หมวด พ
พรหมผู้เกิดความเห็นผิดว่าพรหมโลกและสิ่งที่เป็นอยู่นั้นเที่ยง ยั่งยืน ไม่เกิด ไม่ตาย พระผู้มีพระภาคจึงเสด็จไปโปรดและแสดงอานุภาพหายพระกายให้เห็นว่าพกาพรหมก็ยังไม่อยู่พ้นอำนาจของมาร
หมวด ม
เทพผู้เป็นใหญ่ในพรหมโลก ซึ่งเทวดาองค์อื่นตอบปัญหาของภิกษุไม่ได้จึงพามาถาม แต่ท้าวมหาพรหมก็ตอบไม่ได้และแนะให้ไปถามพระพุทธเจ้าแทน
หนึ่งในเทพที่พวกพราหมณ์ผู้รู้ไตรเวทพากันออกนามอ้อนวอนปรารถนา
หมวด ว
หนึ่งในเทพที่พวกพราหมณ์ผู้รู้ไตรเวทพากันออกนามอ้อนวอน
จอมอสูร ซึ่งมีบริษัทเรียกว่ายักษ์ แต่พระพุทธเจ้าตรัสชี้แจงว่าบริษัทของท้าวเวปจิตติสามารถจัดสงเคราะห์เข้าในกลุ่มเทพได้
ท้าวมหาราชประจำทิศ (อีกนามหนึ่งของท้าวกุเวร) ผู้มาปรากฏตัวพร้อมท้าวสักกะในตอนที่พระมหาโมคคัลลานะไปเขย่าปราสาทเวชยันต์
หมวด ส
จอมเทพแห่งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ผู้มักมาทูลถามปัญหาธรรมจากพระพุทธเจ้า และในอดีตชาติมักแปลงกายมาเป็นพราหมณ์เพื่อทดลองบารมีของผู้ทำความดี เช่น ทดลองสสบัณฑิต พระเจ้าสิวิราช และพระเวสสันดร
พรหมผู้มาปรากฏตัวในสมาคมเทพชั้นดาวดึงส์ โดยยอมนิรมิตอัตตภาพให้หยาบลงเพื่อสนทนา และเป็นผู้เล่าประวัติของมหาโควินทพราหมณ์ให้ทวยเทพฟัง
พรหมผู้มากราบทูลอาราธนาให้พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรมโปรดเวไนยสัตว์ ภายหลังจากที่พระองค์เพิ่งตรัสรู้ใหม่ๆ
ยักษ์ผู้ร่วมสนทนาโต้ตอบกับเหมวตยักษ์
ยักษ์ผู้ทูลถามปัญหาพระพุทธเจ้าเรื่อง ราคะ โทสะ ความยินดี และความกลัว ว่าเกิดจากอะไร ซึ่งทรงตอบว่าเกิดจากอัตตภาพนี้เอง
เทพเจ้าที่พวกพราหมณ์ผู้รู้ไตรเวทนิยมออกนามอ้อนวอนบูชา
หมวด ห
เทพบุตรซึ่งในอดีตคือ หัตถกะ อาฬวกะ อุบาสก มากราบทูลพระพุทธเจ้าว่าตนแม้ตายไปก็ยังไม่อิ่มด้วยธรรม ๓ ประการ คือ การเฝ้าพระพุทธเจ้า การฟังธรรม และการอุปัฏฐากพระสงฆ์
ยักษ์ผู้ทูลถามปัญหาพระพุทธเจ้าว่า โลกเกิดขึ้นในอะไร และทำความพอใจในอะไร
หมวด อ
ยักษ์ฝ่ายชั่ว ผู้คอยชักชวนให้คนประพฤติความชั่ว ๑๐ ประการ เคยขับรถสวนทางกับธรรมเทพบุตรและในที่สุดก็ถูกธรณีสูบ
ยักษ์ผู้ตั้งคำถามข่มขู่พระพุทธเจ้า เช่น อะไรเป็นทรัพย์เครื่องปลื้มใจ หรือจะข้ามโอฆะได้อย่างไร เมื่อทรงตอบแก้ไขปัญหาได้ อาฬวกยักษ์จึงเลื่อมใสและได้ดวงตาเห็นธรรม
หนึ่งในเทพเจ้าที่พวกพราหมณ์ผู้รู้ไตรเวทพากันออกนามอ้อนวอนเพื่อมุ่งหวังไปเกิดร่วมด้วย
อีกนามหนึ่งของท้าวสักกะ ผู้บรรลุความเป็นผู้ประเสริฐสุดเหนือเทวดาทั้งหลายด้วยความไม่ประมาท