Appearance
ศัพท์เกี่ยวกับพระวินัย
รวบรวมศัพท์และข้อบัญญัติทางพระวินัยที่พบในพระไตรปิฎกฉบับสำหรับประชาชน จำแนกตามพยัญชนะไทย พร้อมลิงก์ไปยังความย่อในภาค ๔ โดยเฉพาะวินัยปิฎก
หมวด ก
เรื่องที่ควรพูด หรือเรื่องที่ควรนำมาสนทนากันในหมู่ภิกษุ เช่น เรื่องความมักน้อย สันโดษ ความสงัด การไม่คลุกคลี เป็นต้น
คำประกาศกิจในท่ามกลางสงฆ์ หรือการสวดประกาศเพื่อขอความตกลงใจและขออนุมัติจากสงฆ์
สิ่งที่สมควรแก่สมณะบริโภคใช้สอย และสิ่งที่ไม่สมควรแก่สมณะ
สงฆ์หมู่หนึ่งผู้ดำเนินการทำสังฆกรรมหรือกิจสำคัญทางพระวินัย
ภิกษุผู้ประทุษร้ายสกุล ประพฤติเลวทรามหรือประจบคฤหัสถ์ในทางที่ผิดพระวินัย
การขึงไม้สะดึงเย็บจีวรให้เสร็จในวันนั้น แล้วสวดประกาศมอบให้แก่ภิกษุรูปหนึ่งในนามของสงฆ์
หมวด ค
อาบัติหนัก ได้แก่ อาบัติปาราชิก (แก้ไขไม่ได้) และอาบัติสังฆาทิเสส (ต้องประพฤติวุฏฐานวิธีจึงจะพ้นได้)
หมวด จ
ชื่อคัมภีร์หมวดหนึ่งในพระวินัยปิฎก ว่าด้วยสิกขาบทนอกปาฏิโมกข์ตอนปลาย มี ๑๒ ขันธกะ
หมวด ญ
สังฆกรรมที่ทำโดยการสวดเสนอญัตติ ๑ ครั้ง และสวดประกาศขอมติ ๓ ครั้ง ถือเป็นกรรมที่หนักแน่นที่สุด
หมวด ต
สังฆกรรมประเภทนิคหกรรม (การลงโทษ) ที่สงฆ์สวดประกาศเพื่อขู่หรือตำหนิภิกษุผู้ชอบก่อความทะเลาะวิวาทหรือก่ออธิกรณ์
วิธีระงับอธิกรณ์ด้วยการลงโทษแก่ภิกษุผู้ทำผิด ที่ให้การกลับไปกลับมา พูดกลบเกลื่อน หรือพูดมุสา
วิธีระงับอาปัตตาธิกรณ์ที่ซับซ้อนให้ประนีประนอมเลิกรากันไป เปรียบเหมือนการเอาหญ้ากลบไว้
หมวด ถ
อาบัติหยาบ เป็นความผิดขั้นถัดรองลงมาจากอาบัติสังฆาทิเสส สามารถพ้นโทษได้ด้วยการแสดงอาบัติ
หมวด ท
แปลว่า "ทำไม่ดี" อาบัติเบา (ลหุกาบัติ) ที่มักเกิดจากการละเมิดวัตรปฏิบัติและข้อห้ามปลีกย่อย
อาบัติเบาที่สุดที่เกี่ยวกับคำพูด เช่น การพูดล้อเลียนหรือเสียดสี
อาบัติที่สามารถพ้นได้ด้วยการแสดง (ปลงอาบัติ) ได้แก่ อาบัติเบาตั้งแต่ถุลลัจจัยลงมาจนถึงทุพภาสิต
หมวด น
ภิกษุที่มีธรรมเป็นเครื่องอยู่ร่วมต่างกัน ไม่ร่วมทำอุโบสถและสังฆกรรมด้วยกัน
การลงโทษด้วยการให้ฉิบหายจากเพศ หรือการไล่ให้สึกออกจากหมู่คณะ
การลงโทษภิกษุตามพระธรรมวินัย มี ๖ อย่าง
นิคหกรรมที่สงฆ์ลงโทษถอดยศหรือตัดสิทธิ แก่ภิกษุผู้มีอาบัติมากหรือคลุกคลีกับคฤหัสถ์
อาบัติที่ภิกษุต้องแล้ว จะต้องสละสิ่งของอันเป็นเหตุแห่งอาบัตินั้นเสียก่อน จึงจะสามารถแสดงอาบัติตกได้
สิ่งที่เป็นเครื่องอาศัย เช่น ปัจจัย ๔ หรือการขอมอบตัวอยู่ในความปกครองดูแลของอุปัชฌาย์อาจารย์
หมวด บ
บทไขความ หรือบทที่ตั้งไว้เพื่อขยายความและอธิบายรายละเอียดของแต่ละสิกขาบท
หมวด ป
วิธีระงับอธิกรณ์ด้วยการถือตามคำรับสารภาพของจำเลย
การชักเข้าหาอาบัติเดิม เป็นขั้นตอนในวุฏฐานวิธีเมื่อภิกษุต้องอาบัติซ้ำ
นิคหกรรมที่สงฆ์ลงโทษภิกษุผู้ด่าว่าคฤหัสถ์ โดยบังคับให้ไปขอขมา
อาบัติที่เป็นโทษทางพระบัญญัติ คนทั่วไปทำไม่เป็นความผิด แต่ภิกษุทำถือเป็นความผิดฐานละเมิดพระวินัย
สังฆกรรมที่พระสงฆ์ทำในวันออกพรรษา โดยเปิดโอกาสให้ตักเตือนกันและกันได้
นิคหกรรมที่สงฆ์ลงโทษขับไล่ภิกษุผู้ประทุษร้ายสกุล ให้ออกจากวัด
อาบัติหนักที่สุด มี ๔ สิกขาบท ผู้ละเมิดต้องขาดจากความเป็นภิกษุโดยเด็ดขาด
อาบัติเบาที่ล่วงละเมิดแล้วสามารถพ้นโทษได้ด้วยการแสดงอาบัติ
อาบัติเบาอันพึงแสดงคืน
คัมภีร์ประมวลพุทธบัญญัติอันเป็นสิกขาบทของภิกษุและภิกษุณี ที่ต้องสวดทบทวนทุกกึ่งเดือน
การอยู่ชดใช้หรืออยู่กรรม เป็นขั้นตอนแรกของวุฏฐานวิธีเพื่อออกจากอาบัติสังฆาทิเสส
หมวด ภ
ภิกษุผู้ได้รับแต่งตั้งจากสงฆ์ให้รักษาเรือนคลังและพัสดุ
ภิกษุผู้ได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่จัดคิวภิกษุรับอาหารในที่นิมนต์
คัมภีร์ในพระวินัยปิฎกจำแนกรายละเอียดสิกขาบทของภิกษุณี
คัมภีร์ในพระวินัยปิฎกจำแนกรายละเอียดสิกขาบทของภิกษุ
หมวด ม
คัมภีร์หมวดใหญ่ในพระวินัยปิฎก ว่าด้วยสิกขาบทนอกปาฏิโมกข์ตอนต้น
ระเบียบปฏิบัติในการออกจากอาบัติสังฆาทิเสส เป็นเวลา ๖ ราตรี
หมวด ย
วิธีระงับอธิกรณ์ด้วยการถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ
หมวด ร
การเสียราตรี หรือการที่ภิกษุผู้อยู่ปริวาสละเมิดข้อห้าม ทำให้ต้องเริ่มนับวันใหม่
หมวด ล
อาบัติเบาที่มีโทษเล็กน้อย สามารถแก้ไขได้ด้วยการปลงอาบัติ
อาบัติที่เป็นโทษทางโลก คือพฤติกรรมที่ชาวโลกทั่วไปก็มองว่าเป็นความผิดหรือความเสียหาย
หมวด ว
การเสียวัตร หรือการที่ภิกษุละเลยหน้าที่ข้อปฏิบัติในระหว่างประพฤติวุฏฐานวิธี
การทำให้ของเป็นสองเจ้าของ เพื่อหลีกเลี่ยงอาบัติในการเก็บอติเรกจีวรหรือบาตร
ความบกพร่องเสียหาย จำแนกเป็นวิบัติของภิกษุและสังฆกรรม
เรื่องราวหรือกรณีที่พระพุทธองค์ทรงวินิจฉัยชี้ขาดแล้ว ทรงจัดไว้เป็นตัวอย่างบรรทัดฐานในการปรับอาบัติ
อธิกรณ์ว่าด้วยการทะเลาะโต้เถียงวิวาทกันในเรื่องพระธรรมวินัย
อาบัติที่พ้นได้ด้วยการประพฤติวุฏฐานวิธี (การอยู่กรรม) ได้แก่ อาบัติสังฆาทิเสส
ระเบียบปฏิบัติเพื่อออกจากอาบัติหนักขั้นสังฆาทิเสส
หมวด ส
การระงับอธิกรณ์ด้วยการสวดประกาศยกให้ว่าภิกษุอรหันต์รูปนั้นเป็นผู้มีสติสมบูรณ์
ชื่อขันธกะหมวดหนึ่งในคัมภีร์จุลลวรรค ว่าด้วยวิธีระงับอธิกรณ์ ๗ ประการ
เขตแดนที่สงฆ์ตกลงประกาศกำหนดร่วมกัน เพื่อใช้ทำสังฆกรรม
ภิกษุผู้บวชใหม่ที่อยู่ในความปกครองของอุปัชฌายะ
การระงับอธิกรณ์ในที่พร้อมหน้า (บุคคล วัตถุ และธรรมวินัย)
กิจที่พระสงฆ์ต้องประชุมร่วมกันทำเพื่อบริหารคณะสงฆ์
อาบัติหนักรองจากปาราชิก ผู้ล่วงละเมิดต้องประพฤติมานัตต์จึงจะสวดอัพภานให้พ้นมลทินได้
หมวดหนึ่งในเสขิยวัตร ว่าด้วยข้อปฏิบัติเพื่อความเหมาะสมและกิริยามารยาทอันพึงมีของสมณะ
สตรีผู้เตรียมตัวอุปสมบทเป็นนางภิกษุณี
ข้อบัญญัติแห่งพระวินัย กฎข้อบังคับความประพฤติของภิกษุและภิกษุณี
ธรรมเนียมและจรรยามารยาทอันดีงามที่ภิกษุพึงศึกษา
ภิกษุผู้ได้รับสมมติให้จัดสรรที่อยู่อาศัย
หมวด อ
จีวรที่เกินความจำเป็น หรือผ้าที่เกินจำนวน ๓ ผืน (ไตรจีวร) ที่ทรงอนุญาตให้มีไว้ประจำตัว
เรื่องที่สงฆ์ต้องจัดต้องทำหรือชำระสะสาง
ธรรมหรือวิธีสำหรับใช้ระงับอธิกรณ์ ๗ ประการ
บุคคลที่มิได้บวชเป็นภิกษุ ได้แก่ คฤหัสถ์และสามเณร
อธิกรณ์ว่าด้วยการโจทฟ้องกันด้วยความบกพร่องเรื่องศีลวิบัติ
กิจที่ภิกษุไม่ควรทำอย่างยิ่ง ๔ อย่าง (อกรณียกิจ) ที่อุปัชฌายะจะต้องสอนหลังบวชเสร็จ
ข้อปฏิบัติเกี่ยวกับมารยาท ขนบธรรมเนียม ความเป็นอยู่ของภิกษุ ซึ่งอยู่นอกเหนือจากข้อบังคับหลักในพระปาฏิโมกข์
ภิกษุผู้อยู่ในความปกครองของอาจารย์
การระงับอธิกรณ์ด้วยการยกประโยชน์ให้ขณะเป็นบ้า
ภิกษุผู้ไม่มีความละอายในการล่วงละเมิดสิกขาบท
การสวดประกาศของสงฆ์เพื่อถอนภิกษุออกจากอาบัติสังฆาทิเสส
อธิกรณ์เกี่ยวกับการต้องอาบัติต่างๆ
นิคหกรรมที่สงฆ์สวดประกาศยกภิกษุเสียจากหมู่ ไม่ให้ใครร่วมกินร่วมนอน
ธรรมอันยิ่งของมนุษย์ หรือคุณวิเศษ หากภิกษุอวดอ้างสิ่งที่ไม่มีในตน ต้องอาบัติปาราชิก
การประชุมของสงฆ์ทุกกึ่งเดือนเพื่อสวดทบทวนปาฏิโมกข์
พระเถระผู้เป็นประธานในการบวชและรับภิกษุใหม่ไว้ในความปกครอง
การบวชเป็นภิกษุหรือภิกษุณีในพระพุทธศาสนา
สิกขาบทว่าด้วยการห้ามด่าทอภิกษุอื่น (สิกขาบทที่ ๒ ในมุสาวาทวรรค)