Appearance
อุบาสิกา
หมวด ก
อุบาสิกาผู้ได้รับยกย่องจากพระพุทธเจ้าให้เป็นเอตทัคคะฝ่ายอุบาสิกา ในทางเลื่อมใสไม่หวั่นไหว
อุบาสิกาผู้ได้รับยกย่องให้เป็นเอตทัคคะในทางเลื่อมใสเพราะฟังจากผู้อื่น โดยนางได้ฟังผู้อื่นสรรเสริญพระรัตนตรัยจนได้บรรลุโสดาปัตติผล
หมวด ข
อุบาสิกาผู้ได้รับยกย่องให้เป็นเอตทัคคะในทางสดับตรับฟังมาก
หมวด ธ
ผู้เลื่อมใสในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อาศัยอยู่ในหมู่บ้านปัจจลกัปปะ เมื่อนางพลาดล้มจะเปล่งอุทานนอบน้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า "นโม ตสฺส..." เสมอ จนเป็นเหตุให้สคารวมาณพผู้เชี่ยวชาญไตรเวทกล่าวตำหนินาง
หมวด น
อุบาสิกาผู้ได้รับยกย่องให้เป็นเอตทัคคะในทางมีความคุ้นเคยกับพระพุทธเจ้า นางเคยปรารถนาจะได้พบและอยู่ร่วมกับสามี (บิดาของนกุลมาณพ) ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนว่าหากทั้งสองฝ่ายมีศรัทธา ศีล การบริจาค (จาคะ) และปัญญาเสมอกันก็จะสมปรารถนาได้อยู่ร่วมกันอีก
หมวด พ
อุบาสิกาที่พระผู้มีพระภาคตรัสสอนเรื่องผลและอานิสงส์ของการรักษาอริยอุโบสถ (ร่วมกับนางวิสาขาและวาเสฏฐอุบาสก)
หมวด ม
พระมเหสีของพระเจ้าปเสนทิโกศล ทรงเป็นผู้สนทนาและทูลถามปัญหาธรรมกับพระพุทธเจ้าหลายครั้ง เช่น การทูลถามปัญหา ๔ ข้อถึงเหตุที่ทำให้สตรีบางคนมีรูปทรามแต่มั่งคั่ง หรือสตรีบางคนมีรูปงามแต่ยากจน เป็นต้น และยังทรงเคยสนทนากับพระเจ้าปเสนทิโกศลให้ทรงเข้าพระทัยในพระพุทธดำรัสเรื่องความเศร้าโศกเกิดจากสิ่งอันเป็นที่รัก
อุบาสิกาผู้เกิดความข้องใจจนนำไปทูลถามพระอานนท์ ถึงกรณีที่ชายสองคน คนหนึ่งประพฤติพรหมจรรย์และอีกคนหนึ่งไม่ประพฤติพรหมจรรย์ แต่เมื่อถึงแก่กรรมกลับได้เป็นพระสกทาคามีเหมือนกัน ซึ่งต่อมาพระพุทธเจ้าได้ตรัสอธิบายไขความข้องใจให้ว่า บุคคลอาจมีคุณธรรมบางส่วนบกพร่องแต่มีบางส่วนสมบูรณ์ที่แตกต่างกันได้
หมวด ว
มหาอุบาสิกาผู้ได้รับยกย่องให้เป็นเอตทัคคะในทางถวายทาน นางเป็นผู้สร้างปราสาทถวายในบุพพาราม และเป็นผู้กราบทูลขอพร ๘ ประการจากพระพุทธเจ้าเพื่อถวายความสะดวกแก่พระภิกษุสงฆ์ เช่น ขอถวายผ้าอาบน้ำฝน อาคันตุกภัต คิลานภัต ยารักษาโรค และผ้าอาบน้ำสำหรับภิกษุณี เป็นต้น นอกจากนี้นางยังเคยเป็นผู้ทักท้วงพระอุทายีที่ประพฤติไม่สมควรโดยไปนั่งในที่ลับตากับหญิงสาวสองต่อสอง อันเป็นต้นเหตุแห่งการบัญญัติสิกขาบทในอนิยตกัณฑ์
อุบาสิกาผู้เป็นมารดาของนันทมาณพ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นางอุตตรา)
หมวด ส
พระภคินีของพระเจ้าปเสนทิโกศล ผู้เคยฝากให้พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงกราบถวายบังคมและทูลถามถึงความผาสุกแด่พระผู้มีพระภาคแทนพระนาง
อุบาสิกาผู้ได้รับยกย่องให้เป็นเอตทัคคะในทางมีเมตตาเป็นธรรมเครื่องอยู่
ธิดาของกุฏุมพี (เศรษฐี) ชื่อเสนิยะ ผู้ถวายข้าวมธุปายาสแด่พระผู้มีพระภาค และเป็นมารดาของยสกุลบุตร นางได้รับยกย่องให้เป็นเอตทัคคะในทางถึงสรณะเป็นคนแรก (ถือเป็นอุบาสิกาชุดแรกในโลกร่วมกับภริยาของยสกุลบุตร)
อุบาสิกาผู้เป็นธิดาของโกลิยกษัตริย์ ได้รับยกย่องให้เป็นเอตทัคคะในทางถวายของประณีต พระพุทธเจ้าเคยตรัสแสดงธรรมแก่พระนางว่า อริยสาวิกาผู้ถวายอาหารแก่ผู้รับ ย่อมชื่อว่าให้อายุ ผิวพรรณ ความสุข และกำลัง
อุบาสิกาผู้ได้รับยกย่องให้เป็นเอตทัคคะในทางพยาบาลไข้ นางเคยเห็นภิกษุอยากฉันเนื้อสัตว์แต่หาเนื้อไม่ได้ จึงตัดสินใจตัดเนื้อตนเองเพื่อปรุงเป็นอาหารถวาย ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นต้นเหตุให้พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติสิกขาบทห้ามภิกษุฉันเนื้อมนุษย์
พระภคินีของพระเจ้าปเสนทิโกศล ผู้ฝากให้พระเจ้าปเสนทิโกศลทูลถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแทนพระนางเช่นเดียวกับพระนางสกุลา
หมวด อ
อุบาสิกา (ในบางพระสูตรระบุชื่อนางเวฬุกัณฏกิยา) ผู้ได้รับยกย่องให้เป็นเอตทัคคะในทางเข้าฌาน
ผู้ทรงสร้าง "ปริพพาชการาม" ถวายเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของพวกนักบวชปริพพาชก