Appearance
บุคคลในลัทธิอื่น
หมวด ก
นักบวชผู้เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าพร้อมกับเปสสะบุตรนายควาญช้าง ได้กราบทูลสรรเสริญพระพุทธองค์ที่ทรงสามารถควบคุมและฝึกภิกษุสงฆ์ได้อย่างดียิ่งจนมีความสงบเสงี่ยม
ชีเปลือยผู้เข้าไปทูลถามว่าพระสมณโคดมทรงติเตียนการบำเพ็ญตบะทุกชนิดหรือไม่ พระผู้มีพระภาคทรงปฏิเสธและทรงชี้แจงถึงความเป็นสมณะที่แท้จริง ในที่สุดได้ขอบวช (ยอมรับการอบรม ๔ เดือนตามระเบียบของอดีตเดียรถีย์) และสำเร็จเป็นพระอรหันต์
อาชีวกที่สันทกปริพพาชกอ้างขานถึง ว่าเป็นหนึ่งในสามคนของลัทธิอาชีวกที่เป็นผู้นำตนออกจากทุกข์ได้
นักบวชเกล้าผมเป็นเซิง ผู้เลื่อมใสและนิมนต์พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ ๑,๒๕๐ รูปไปฉันภัตตาหาร เป็นเหตุให้เสลพราหมณ์และมาณพบริวารได้มาพบพระพุทธองค์
นักบวชผู้โต้ตอบกับพระอานนท์ถึงเรื่องทิฏฐิ ๑๐ ประการ (เช่น โลกเที่ยงหรือไม่)
หมวด จ
นักบวชสตรีปริพพาชิกา ถูกพวกเดียรถีย์ใช้ให้แกล้งทำอุบายเอาไม้ผูกท้องว่ามีครรภ์กับพระพุทธเจ้า เพื่อด่าประจานในที่ประชุมชน แต่ความแตกเพราะไม้หลุดตกลงมา จึงถูกประชาชนลงโทษและถึงแก่ความตาย
หมวด ช
ศิษย์ของอาจารย์ผู้ใช้บาตรไม้ เข้าไปกราบทูลถามพระพุทธเจ้าคู่กับมัณฑิยปริพพาชก ในเรื่อง "ชีวะกับสรีระ เป็นอันเดียวกันหรือคนละอัน" ซึ่งพระพุทธองค์ตรัสว่า ผู้ที่บำเพ็ญสมาธิจนได้วิชชา ๘ จะไม่กล่าวว่าชีวะกับสรีระเป็นอันเดียวกันหรือต่างกัน
หมวด ท
นักบวชลัทธิเชนผู้สนทนากับพระพุทธเจ้าเรื่องทัณฑ์ (กรรม) ๓ ประการ โดยยืนยันคำสอนของศาสดานิครนถนาฏบุตรที่ว่า "กายทัณฑ์" (การกระทำทางกาย) มีโทษมากกว่ามโนทัณฑ์และวจีทัณฑ์
หมวด น
อาชีวกที่สันทกปริพพาชกอ้างถึง ว่าเป็นหนึ่งในสามคนของลัทธิอาชีวกที่เป็นผู้นำตนออกจากทุกข์ได้
ศาสดาเจ้าลัทธิสำคัญ (ศาสนาเชน) หนึ่งในครูทั้งหกในสมัยพุทธกาล, เป็นผู้บัญญัติความสิ้นสุดแห่งกรรมเก่าด้วยตบะ เคยยุยงให้อุบาลีคฤหบดีไปโต้วาทะกับพระพุทธเจ้า แต่เมื่ออุบาลีคฤหบดีกลับใจไปนับถือพระพุทธศาสนา ก็เสียใจจนถึงกับอาเจียนเป็นโลหิต, ภายหลังเมื่อท่านถึงแก่กรรมที่กรุงปาวา สาวกก็แตกแยกทะเลาะวิวาทกัน
นักบวชผู้คุยโอ้อวดกับสันธานคฤหบดีว่าพระพุทธเจ้าไม่กล้ามาโต้วาทะด้วย และชอบหลบไปอยู่ป่าเพราะปัญญาทึบ แต่เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาหาและทรงให้โอกาสถามปัญหาในลัทธิของตนกลับตอบไม่ได้
หมวด ป
ศาสดาเจ้าลัทธิที่มีคนรู้จักมาก หนึ่งในครูทั้งหกในสมัยพุทธกาล
นักบวชชีเปลือยผู้คุยโอ่ยกตนเสมอด้วยพระพุทธเจ้า ท้าทายจะแสดงอิทธิปาฏิหาริย์แข่ง แต่เมื่อถึงเวลาจริงกลับตกใจกลัว กระเสือกกระสนลุกไม่ขึ้นและหลบหนีไป
ศาสดาเจ้าลัทธิที่มีคนรู้จักมาก มียศ หนึ่งในครูทั้งหกในสมัยพุทธกาล
นักบวชผู้กราบทูลถามปัญหาเรื่อง "อภิสัญญานิโรธ" (ความดับแห่งสัญญา) และเรื่องอัตตา พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมให้ฟังจนเลื่อมใสและประกาศตนเป็นอุบาสก
นักบวชผู้สนทนาเรื่องกรรมกับพระสมิทธิ อันเป็นต้นเหตุให้พระพุทธเจ้าทรงแสดง "มหากัมมวิภังคสูตร" ว่าด้วยการจำแนกกรรม
นักบวชที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมสอนให้เห็นโทษของการติดอยู่ในทิฏฐิความเห็นและการตั้งหน้าโต้เถียงกันว่าลัทธิตนเท่านั้นบริสุทธิ์
หมวด ภ
นักบวชลัทธิอื่นผู้โต้เถียงกับมหานามศากยะเรื่องคติของศาสดา ๓ ประเภท เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสชี้แนะให้มหานามตอบ ก็เกิดความไม่พอใจ หลีกไปและไม่กลับมายังกรุงกบิลพัสดุ์อีก
หมวด ม
ศาสดาเจ้าลัทธิสำคัญ หนึ่งในครูทั้งหก, สันทกปริพพาชกอ้างว่าเป็นหนึ่งในสามของอาชีวกที่เป็นผู้นำตนออกจากทุกข์ได้
ศิษย์อาจารย์ผู้ใช้บาตรไม้ เข้าไปกราบทูลถามพระพุทธเจ้าคู่กับชาลิยปริพพาชกว่า "ชีวะกับสรีระ เป็นอันเดียวกันหรือคนละอัน"
นักบวชผู้ทูลถามถึงธรรมที่เห็นได้ด้วยตนเอง (สันทิฏฐิกะ) พระพุทธองค์ทรงยกเรื่องความรู้เท่าทันอาการของจิตเมื่อเกิด โลภะ โทสะ โมหะ ขึ้นมาชี้แจง
หมวด ว
นักบวชผู้มักเข้าไปทูลถามปัญหาหลายครั้ง เช่น ถามเรื่องการให้ทานว่าพระพุทธองค์สอนให้ให้ทานเฉพาะพระองค์และสาวกจริงหรือ ทูลถามเรื่องพระอริยบุคคลในพระพุทธศาสนามีจริงหรือไม่ ภายหลังเกิดความเลื่อมใส ขอบวชและสำเร็จเป็นพระอรหันต์
ปริพพาชกที่มีชื่อเสียง อาศัยอยู่ในอารามปริพพาชกที่ให้เหยื่อแก่นกยูง พร้อมกับสกุลุทายิปริพพาชก
นักบวชผู้เข้าไปกราบทูลความเชื่อเรื่อง "วรรณะอันยอดเยี่ยม" พระพุทธองค์ทรงชี้แจงถึงสิ่งที่เลิศกว่ากามสุข จนเกิดความเลื่อมใสและประกาศตนเป็นอุบาสก
หมวด ส
นักบวชลัทธิเชนผู้ท้าโต้วาทะกับพระพุทธเจ้าเรื่อง ขันธ์ ๕ เป็นอัตตา (ตัวตน) แต่ถูกพระพุทธองค์ทรงซักไซ้ต้อนจนมุมและยอมจำนน ภายหลังได้กล่าวชมเชยพระพุทธเจ้าว่ามีพระพักตร์ผ่องใสไม่หวั่นไหวแม้ถูกถ้อยคำกระทบกระทั่ง
ศาสดาปริพพาชก หนึ่งในครูทั้งหกในสมัยพุทธกาล, เป็นอดีตอาจารย์ของพระสาริบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ เมื่อศิษย์ทั้งสองพาปริพพาชกบริวาร ๒๕๐ คนหนีไปบวชในพระพุทธศาสนา สัญชัยเสียใจมากจนถึงกับอาเจียนเป็นโลหิต
นักบวชผู้ฟังธรรมจากพระอานนท์เรื่องการประพฤติพรหมจรรย์ที่ไม่น่าพอใจ ๔ อย่าง ท่านอนุญาตให้ศิษย์ของตนไปบวชในพระพุทธศาสนาได้ แต่ตนเองไม่ยอมบวชเพราะติดในลาภสักการะและชื่อเสียง
นักบวชที่มีชื่อเสียง อาศัยอยู่ในปริพพาชการามอันเป็นที่ให้เหยื่อแก่นกยูง เป็นผู้กราบทูลเล่าว่าสาวกของพระพุทธเจ้ามีความเคารพในพระองค์อย่างยิ่งต่างจากเจ้าลัทธิอื่น, ท่านมีความเลื่อมใสอยากออกบวชแต่ถูกบริษัทของตนคัดค้านไว้
นักบวชผู้เดินตามหลังพระพุทธเจ้าและภิกษุสงฆ์ และกล่าวติเตียนพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ซึ่งขัดแย้งกับพรหมทัตมาณพศิษย์ของตนที่กล่าวสรรเสริญ
นักบวชสตรี (ปริพพาชิกา) ที่ถูกพวกเดียรถีย์ใช้ให้แกล้งทำเป็นว่าไปค้างคืนกับพระพุทธเจ้าเพื่อทำลายชื่อเสียง ภายหลังถูกพวกเดียรถีย์จ้างนักเลงฆ่าปิดปาก
นักบวชผู้ขอเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าในขณะที่กำลังจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน ได้ฟังธรรมแล้วขอบวช เพียรพยายามจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์ นับเป็นสาวกอรหันต์องค์สุดท้ายที่ทันเห็นพระพุทธเจ้า
นักบวชสตรีผู้กล่าวหาพระสาริบุตรว่าก้มหน้าฉันอาหาร (เปรียบเปรยว่าประกอบมิจฉาชีพ) เมื่อพระสาริบุตรชี้แจงความบริสุทธิ์ในการหาอาหารของตน นางก็เลื่อมใสเที่ยวประกาศให้ชาวบ้านถวายอาหารแก่สมณศากยบุตร
หมวด อ
ปริพพาชกที่มีชื่อเสียง อาศัยอยู่ในอารามปริพพาชกที่ให้เหยื่อแก่นกยูง พร้อมกับสกุลุทายิปริพพาชก
ศาสดาเจ้าลัทธิที่มีชื่อเสียง หนึ่งในครูทั้งหกในสมัยพุทธกาล
นักบวชผู้เป็นบุตรแห่งนางสมณะผู้โกนผม อาศัยอยู่ในมัลลิการาม บัญญัติคุณสมบัติของผู้เป็นสมณะ ๔ ประการ (คือไม่ได้ทำชั่วทางกาย วาจา ใจ อาชีพ) ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงค้านว่าถ้าเป็นเพียงแค่นั้น เด็กอ่อนนอนหงายก็จัดเป็นสมณะได้แล้ว
นักบวชผู้ทูลถามปัญหาเรื่องทิฏฐิ ๑๐ (เช่น โลกเที่ยงหรือไม่) กับพระพุทธเจ้า ซึ่งพระพุทธองค์ทรงปฏิเสธที่จะพยากรณ์ในทิฏฐิเหล่านั้น